วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ฝันของเธอ...หรือฝันของใคร??

     
 ก่อนที่ผู้เขียนจะเริ่มเรียบเรียงบทความนี้ ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการครุ่นคิดว่า มันสมควรที่จะนำไปเผยแพร่สู่ที่สาธารณะหรือไม่? เพราะแนวคิดของผมเองนั้น บางส่วนมันออกจะดูสุดโต่งมากเกินไปนิด แต่หลังจากที่คิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว มันคงจะดีกว่าถ้าเราได้นำแนวความคิดของตัวเราเองสู่ที่สาธารณะเพื่อหวังว่า......มันอาจจะเติมเต็มช่องว่างของความรู้ของเราก็เป็นได้

เริ่มเลยดีกว่าครับ ^___^

       คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครองของเด็กๆหลายคน เมื่อคุณได้รับบทบาทเลี้ยงดูลูกหลานของตนเองนั้น เป็นเรื่องปกติครับ ที่ทุกคนอาจจะต้องหางานอดิเรกหรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการเสริมทักษะให้กับบุตรหลานของตัวท่านเอง

       แล้วพวกคุณเลือกกิจกรรมอะไรให้กับเค้ากันครับ???

       หลายคนเลือกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในสังคมเราหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ร้องเพลง วาดรูป เรียนเต้น หรือกิจกรรมกีฬาสุดฮิตมากมายหลายชนิด ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งฟุตบอล บัลเล่ต์ เทควันโด หรืออื่นๆอีกมากมายหลายชนิด

       และยังมีพ่อแม่ผู้ปกครองอีกหลายท่านที่เอาจริงเอาจัง และเคร่งครัดกับบุตรหลานของตนเองเพื่อให้ลูกหลานตัวเองบรรลุ หรือประสบความสำเร็จ

      ผมขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ซัก 1 อย่างเพื่อขยายความให้ชัดเจนขึ้นนะครับ

......................มีอยู่ครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่ของเค้าอยากให้ลูกได้ออกกำลังกาย เพื่อให้ลูกของตัวเองได้มีทักษะทางกีฬาติดตัว แล้วสามารถใช้ทักษะเหล่านั้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆได้ จึงพาลูกของตัวเองไปเรียนและเล่นกีฬาชนิดหนึ่ง

...................... เวลาผ่านไปไม่นาน ลูกของเค้ามีความสามารถต่อกีฬาชนิดนั้นที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสามารถลงทำการแข่งขันกีฬานั้นในระดับประเทศ และมีชื่อสร้างเป็นอย่างมากในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปี

......................ความสำเร็จเมื่อมันมาเร็ว......มันก็เป็นไปได้ที่มันจะไปเร็วเช่นกัน หลายปีให้หลัง ลูกของเค้าส่งแข่งรายการที่ไหนๆก็เริ่มไม่ติดอันดับ มีการพัฒนาที่เชื่องช้าลง พ่อแม่ของเด็กคนนั้นก็เริ่มมีปฏิกิริยาต่างๆที่ต้องการกระตุ้นให้ลูกของเขาพยายามที่จะกลับไปยืนอยู่ในตำแหน่งแนวหน้าของระดับประเทศให้ได้  แต่ด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสมกับลูกของเขาเอง ................สุดท้ายเด็็กคนนั้นต้องจบเส้นทางของการเป็นนักกีฬาที่ตั้งใจไว้

       เรื่องนี้ดูผิวเผินหลายคนอาจมองว่าเป็นเพราะความไม่เข้าใจของคนในครอบครัวที่ทำให้สิ่งที่ตั้งใจไว้ไม่ประสบความสำเร็จ...นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งครับที่เป็นจริง  แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นตัวการสำคัญของต้นเหตุทั้งหมดคือ

       เราละเลยกับเป้าหมายแต่แรกเริ่มของกิจกรรมที่เราทำต่างหาก !!    เป้าหมายไม่ชัดเจนยังพอว่า แต่การปล่อยเลยตามเลยกับสิ่งที่ทำอยู่นั้นไปเรื่อยๆ  สุดท้ายก็ทำให้มันกลายเป็นช่องโหว่ช่องใหญ่ๆที่ทำให้สิ่งที่ตั้งใจไว้ไม่เป็นอย่างที่คิด

       ผมได้พบเห็นสิ่งต่างๆและความเป็นไปที่เกิดขึ้นในการกีฬามาเยอะพอสมควรครับ ......... เหตุผลของผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่เริ่มต้นในการเล่นกีฬาร้อยทั้งร้อย  มันจะหนีไม่พ้นเหตุผลดังนี้ครับ "อยากให้ลูกได้ออกกำลังกาย" "ลูกเป็นคนป่วยง่าย...เลยอยากให้ลูกแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม" "อยากให้ลูกมีทักษะในการช่วยเหลือตนเอง" ซึ่งถ้ามองในแง่ของเป้าหมายแต่แรกเริ่ม ผมพบว่าคนเหล่านั้นประสบความสำเร็จตามที่เขาตั้งใจไว้แล้ว

       แต่เมื่อลูกของเขานั้นมีความสามารถที่จะพัฒนาไปถึงระดับนักกีฬาแล้วนั้น......คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายส่วนใหญ่จึงไม่พลาดโอกาสที่จะลองไขว่คว้าความสำเร็จนั้นมาให้ได้ จึงเริ่มเคี่ยวเข็ญลูกของตนให้หนัก เพื่อพัฒนาความสามารถของเด็กให้สูงขึ้นๆ

       คำถามคือ.........แล้วลูกของคุณ เขาพร้อมที่จะก้าวไปต่ออย่างที่พ่อแม่วางเป้าหมายให้เขาหรือเปล่าครับ???


       จริงอยู่ครับ.....ที่ผู้ปกครองไม่สามารถที่จะเอาแน่เอานอนกับเด็กที่ยังไม่มีวุฒิภาวะและกระบวนการคิดอย่างรอบคอบเพียงพอต่อการตัดสินใจในการตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่ง กล่าวคือแรกๆเค้าอาจจะเอากับเราด้วย แต่พอนานวันไปถ้าเค้ารู้สึกเบื่อกัีบการฝึกซ้อมกีฬาแล้วนั้น มันก็เป็นไปได้ครับที่เด็กจะเริ่มสนใจที่จะก้าวต่อไปยังจุดหมายนั้นๆลดลง

       ผมเคยอ่านผลงานของนักวิชาการท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยเป็นอย่างยิ่งที่ไม่ได้จดจำชื่อของท่าน แต่ท่านเคยกล่าวไว้ดังนี้ครับ

.................ในเมืองไทยในปัจจุบัน แท้จริงแล้วเด็กๆไม่ได้ไล่ล่าความฝันของตนเอง  แต่เด็กเหล่านั้นกำลังไล่ตามความฝันของพ่อแม่ของเขาอยู่............


       โดยส่วนตัวผมมองว่าแนวคิดที่ว่านี้พอมีเค้าลางแห่งความจริงอยู่นะครับ โดยเฉพาะกับการฝึกเด็กให้เป็นนักกีฬา มันเริ่มจากความคิด ความฝัน และจินตนาการของคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย ที่พยายามสร้างลูกในอุดมคติของตัวของพ่อแม่เอง   อยากให้ลูกเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อยากให้ลูกเก่งด้านต่างๆ จึงพยายามเข้มงวด กวดขันลูกของตนเอง ให้เป็นอย่างที่วาดฝันไว้ให้ได้ โดยแท้จริงแล้วผมเชื่อว่าเด็กๆเหล่านั้นก็ไม่ได้รู้หรอกครับว่าทำไปทำไม??  ทำแล้วได้อะไร?? .................... เด็กเหล่านั้นเพียงแค่ปฏิบัติตามที่พ่อแม่ได้วางแผนเอาไว้เท่านั้นเอง 


       เพราะฉะนั้นถ้าพ่อแม่คนไหนบอกว่าเปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกที่จะตัดสินใจในการหางานอดิเรกให้ลูกๆทำอย่างเต็มที่.......ผมว่ามีน้อยครับ   เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันเริ่มจากที่พ่อแม่ปูทางให้ลูกได้ทำทั้งนั้น  เพราะฉะนั้นความฝันของลูก มันก็ไม่ใช่ความฝันของลูกที่จริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันมีความฝันและความคาดหวังของผู้เป็นพ่อแม่เจือปนอยู่ด้วย.............


       จากข้อความข้างต้นทำให้ผมคิดได้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าสิ่งที่เด็กนั้นทำไปมันเกิดไม่สำเร็จอย่างที่พ่อแม่คาดหวังไว้ นั่นคือความจริงที่ต้องยอมรับว่าเด็กคนนั้นมีความสามารถเพียงเท่านั้น จะไปคาดหวังอะไรเขามากกว่านั้นก็คงไม่ได้  แต่สิ่งที่พ่อแม่พอจะกวดขันได้อย่างหนึ่งคือ คอยให้กำลังใจเมื่อยามที่ลูกนั้นเกิดล้ม หรือทำสิ่งผิดพลาดขึ้นมาได้เท่านั้น และหวังเพียงว่าไม่ว่าจะทำสิ่งใด ขอให้เขาได้ทำอย่างสุดความสามารถของเขาได้นั้นคงเพียงพอแล้ว


       ผมยังไม่ได้มีครอบครัว เลยไม่สามารถถ่ายทอดถึงภาระอันยิ่งใหญ่ของผู้เป็นพ่อแม่ได้....แต่สิ่งที่ผมสามารถถ่ายทอดได้คือ อารมณ์ของผู้ที่เป็นลูก และการได้พบเห็นสิ่งที่ลูกๆอีกหลายคนได้รับการคาดหวังที่  มากเกินไปเพียงเท่านั้นครับ


   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น